โปรเจกต์นี้เป็นการย้ายและ Re-platform เว็บไซต์ E-commerce แบรนด์แฟชั่น Howdy Official จากระบบเดิมที่ไม่รองรับ Akita 2 มาสู่ WordPress (WooCommerce)…

โปรเจกต์นี้เป็นการย้ายและ Re-platform เว็บไซต์ E-commerce แบรนด์แฟชั่น Howdy Official จากระบบเดิมที่ไม่รองรับ Akita 2 มาสู่ WordPress (WooCommerce) เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดทางเทคโนโลยีเดิม โดยมุ่งเน้นการสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าแฟชั่นที่ยืดหยุ่น เสถียร และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ประเภทธุรกิจ
การบริการ
ทีมที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลา
273 วัน
เนื่องจากเว็บไซต์เดิมของ Howdy Official ที่พัฒนาร่วมกันไว้ไม่สามารถรองรับการอัปเกรดและการทำงานของระบบ Akita 2 ได้อีกต่อไป ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการขยายตัวของธุรกิจ ลูกค้าจึงมีความต้องการย้ายและปรับเปลี่ยนโครงสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดมาอยู่บนแพลตฟอร์ม WordPress เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความเสถียรในการใช้งาน โดยโจทย์สำคัญคือการสร้างเว็บไซต์ขายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่สามารถรองรับไลน์สินค้าที่หลากหลาย (เช่น HOWDYCLOUDS, HOWDYCOAT) ได้อย่างเป็นระบบ เพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการคลังสินค้า ไซส์ และสี ผ่านระบบหลังบ้านใหม่ พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งออนไลน์บนสมาร์ตโฟนให้รวดเร็ว ปลอดภัย และตอบโจทย์การขยายฐานลูกค้าระหว่างประเทศได้อย่างไม่มีสะดุด
เป้าหมายสำคัญของโปรเจกต์คือการย้ายระบบเว็บไซต์ไปสู่แพลตฟอร์ม WordPress ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยยังคงรักษาดีไซน์ เอกลักษณ์ และประสบการณ์การใช้งาน (UI/UX) เดิมที่ลูกค้าคุ้นเคยไว้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของลูกค้า โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาข้อจำกัดทางเทคโนโลยีเดิม และเพิ่มความเสถียร รองรับการอัปเกรดระบบในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้ระบบหลังบ้านใหม่ช่วยให้ทีมงานสามารถจัดการสต็อกสินค้า ตัวเลือกสี ไซส์ และคำสั่งซื้อได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และลดภาระงานทางเทคนิคลง พร้อมรองรับการเติบโตของยอดขายและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริการที่นำเสนอ
เรานำเสนอโซลูชันด้วยการย้ายโครงสร้างระบบหลังบ้านทั้งหมดมาสู่แพลตฟอร์ม WordPress (WooCommerce) ซึ่งมีความยืดหยุ่น เสถียร และรองรับการทำงานในระยะยาว โดยทำการพัฒนาและแกะถอดหน้าตาเว็บไซต์ (UI) รวมถึงประสบการณ์การใช้งาน (UX) จากเว็บเดิมมาอย่างแม่นยำทุกตารางนิ้ว เพื่อให้ผู้ใช้บริการยังคงได้รับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่คุ้นเคยโดยไม่มีความรู้สึกสะดุด ควบคู่กับการย้ายฐานข้อมูลสินค้า รายการสั่งซื้อ และข้อมูลสมาชิกเดิมอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งวางโครงสร้างการจัดการสต็อก ตัวเลือกสินค้า (สี/ไซส์) และระบบชำระเงินในหลังบ้านใหม่ ให้ทีมงานสามารถบริหารจัดการร้านค้าได้สะดวก รวดเร็ว และลดข้อจำกัดทางเทคนิคลงอย่างสิ้นเชิง
การวางแผนและเตรียมการ (System Audit & Planning)
ระยะที่ 1: วางโครงสร้างและเตรียมย้ายข้อมูล ตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์และฐานข้อมูลเดิม ทั้งข้อมูลสินค้า สมาชิก และออเดอร์ พร้อมวางแผนการจำลอง UI เดิมลงบนระบบ WordPress ให้ถูกต้องแม่นยำที่สุด
การพัฒนาหน้าบ้าน (Front-end Development)
ระยะที่ 2: แกะถอดหน้าตาเว็บเดิมลงบน WordPress พัฒนาธีมและหน้าตาเว็บไซต์บน WordPress โดยอิงจากดีไซน์และ UX เดิมของ Howdy Official ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้งานเดิมได้รับประสบการณ์ที่คุ้นเคยและราบรื่นบนทุกอุปกรณ์
การพัฒนาระบบหลังบ้าน (Back-end & E-commerce Integration)
ระยะที่ 3: เซ็ตอัประบบหลังบ้านและ WooCommerce ตั้งค่าระบบจัดการสินค้า คลังสต็อก ตัวเลือกสี/ไซส์ ระบบชำระเงิน และระบบการส่งอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อบน WordPress (WooCommerce) ให้มีความยืดหยุ่นและทำงานได้อย่างเสถียร
การย้ายข้อมูลและทดสอบระบบ (Data Migration & QA)
ระยะที่ 4: ย้ายฐานข้อมูลและทดสอบ ทำการย้ายฐานข้อมูลสินค้าและข้อมูลสำคัญจากระบบเดิมมายังระบบใหม่ พร้อมทดสอบกระบวนการสั่งซื้อ (Checkout Flow) ความเร็วในการโหลด และความแม่นยำของการแสดงผล
เปิดใช้งานจริงและดูแลหลังเปิดตัว (Go-Live & Support)
ระยะที่ 5: สลับระบบและส่งมอบงาน ทำการสลับโดเมนย้ายมาใช้ระบบใหม่บน WordPress (Cutover) พร้อมจัดอบรมการใช้งานระบบหลังบ้านให้แก่ทีมงาน Howdy Official และให้การดูแลทางเทคนิคหลังเปิดใช้งานจริง
เว็บไซต์ Howdy Official สามารถย้ายฐานระบบมาอยู่บนแพลตฟอร์ม WordPress ได้อย่างสมบูรณ์ ไร้รอยต่อ โดยยังคงรักษาหน้าตาเว็บไซต์และประสบการณ์การใช้งาน (UI/UX) เดิมที่ลูกค้าคุ้นเคยไว้ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถช็อปปิ้งได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในทางลบ ขณะเดียวกัน โครงสร้างระบบหลังบ้านใหม่ช่วยขจัดข้อจำกัดทางเทคโนโลยีเดิม ทำให้ระบบมีความเสถียร ทีมงานฝั่งแบรนด์สามารถบริหารจัดการคลังสินค้า อัปเดตรายการสินค้า ตัวเลือกสี ไซส์ และตรวจสอบคำสั่งซื้อได้สะดวกรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระงานด้านการดูแลระบบเทคนิคในระยะยาว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถต่อเติมหรืออัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น
การดำเนินโปรเจกต์ Re-platform ย้ายระบบมาสู่ WordPress โดยยังคงดีไซน์เดิมไว้ทั้งหมด ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการวางแผนย้ายฐานข้อมูล (Data Migration) และการแกะถอดโครงสร้างหน้าตาเว็บไซต์ (UI Replica) อย่างละเอียด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้งานเดิมและความคุ้นชินของลูกค้า รวมถึงการตระหนักว่า “ระบบหลังบ้านที่ยืดหยุ่นและเสถียร” มีความสำคัญไม่แพ้ความสวยงามของหน้าเว็บ เพราะการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เปิดกว้างอย่าง WordPress ช่วยลดข้อจำกัดทางเทคนิค ทำให้ทีมงานฝั่งแบรนด์ทำงานได้คล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของการสื่อสารและทดสอบระบบ (QA) อย่างรอบคอบก่อนการสลับระบบจริง เพื่อให้การส่งมอบงานเป็นไปอย่างเรียบร้อยและไม่เกิดสะดุดในมิติของการดำเนินธุรกิจ