
วิถีชีวิตในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียดสะสม Spa & Wellness จึงไม่ได้ถูกจำกัดนิยามอยู่เพียงแค่การนวดผ่อนคลายอีกต่อไป บทความ Data Research นี้จะชวนทุกคนไปเจาะลึกถึง Spa & Wellness ผ่านการเก็บผ่าน Social Listening Tool
ในบริบทของประเทศไทย ธุรกิจ Spa & Wellness Thailand กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “การผ่อนคลาย” ไปสู่ “การดูแลสุขภาพเชิงไลฟ์สไตล์” อย่างเต็มรูปแบบ บทความ Data Research Insight นี้ได้ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย ผ่านข้อมูลจาก Social Listening Tools เพื่อสะท้อนภาพตลาด Spa & Wellness ในประเทศไทยปี 2025 อย่างชัดเจน

สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Spa & Wellness ทาง Sellsuki ได้ใช้คำว่า นวดสปา, Massage Spa, Wellness, Well-being, นวด, Stress Relief, Mental Wellness, Sleep Recovery, Self-Care
หลังจากนั้น Sellsuki ได้ใช้เครื่องมือ Social Listening Tools เพื่อติดตามและรวบรวมการสนทนาที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับแอปพลิเคชันเหล่านี้ โดยทำการเก็บข้อมูลย้อนหลังเป็นระยะเวลา 3 เดือน คือช่วงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 - 30 พฤศจิกายน 2568
จากผลการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีข้อมูลประมาณ 56,347 ข้อความ บนช่องทาง Facebook , X (Twitter), Instagram , Youtube, Tiktok, Forum (ข้อมูลที่ได้เป็นโพสสาธารณะ ภายใต้ Policy ของแพลตฟอร์ม)
เมื่อพิจารณารายละเอียดของแต่ละแพลตฟอร์ม สามารถสรุปสัดส่วนการพูดถึงได้ดังนี้
ในส่วนของการเติบโตของธุรกิจ Spa & Wellness ทาง Sellsuki ได้แบ่งออกมาเป็นในเรื่องของ

เพราะการเข้า Spa & Wellness สื่อถึงการสะท้อนตัวตนของบุคคล การไปสปาคือ Statement ว่า “ฉันให้ความสำคัญกับตัวเอง” ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่บริการแต่ซื้อความเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น ลูกค้าสนใจบริการที่ช่วย “ดูดีขึ้น / ฟื้นฟูภาพลักษณ์” มากกว่าแค่บรรเทาปวด โดยสปาถูกพูดถึงสูงถึง 41% จากทั้งหมด 26,311 Mention

จากการค้นหา Insight ของ Spa & Wellness แล้วนั้นพบว่าผู้บริโภคไม่ได้ไปสปาเพื่อผ่อนคลายอย่างเดียวอีกต่อไป และ Beauty Clinic ไม่ได้อยู่ในหมวดความงามล้วน แต่ถูกพูดร่วมกับ Wellness อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ในยุคที่ผู้คนต้องรับความเครียดและอาการหมดไฟ (Burnout) จากการทำงาน “สปา” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่แก้อาการปวดเมื่อยทางกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่หลบภัยทางความรู้สึกที่สำคัญมาก โดยสถิติจากการพูดถึงกว่า 7,628 ครั้ง ชี้ว่าผู้คนให้ความสำคัญกับ “ความผ่อนคลาย”' และ “การดูแลตัวเอง” เป็นเหตุผลหลัก ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าลูกค้ามองหาการเยียวยาจิตใจมากกว่าแค่การบรรเทาความเจ็บปวดทางกาย ผ่านบริการต่างๆ เช่น นวดไทย หรือนวดแก้ออฟฟิศซินโดรม เพื่อหนีจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน

ในส่วนของเรื่องปัญหาของธุรกิจสปาจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่ "ราคาแพง" หรือ "ไม่มีโปรโมชั่น" อย่างที่หลายคนเข้าใจแต่ Pain Point หลักคือความรู้สึก "เข็ด" จากประสบการณ์ที่ "ไม่คุ้มค่า" โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพการนวดที่ทำให้ลูกค้าต้องเจ็บตัวฟรี ซึ่งมีสัดส่วนการพูดถึงคำว่า "เจ็บ" สูงถึง 63% ห่างจากคำบ่นเรื่องราคา 34% เกือบเท่าตัว นั่นหมายความว่าผู้บริโภคยุคนี้ยินดีจ่ายแพงขอแค่มี "Proof" หรือหลักฐานยืนยัน เช่น รีวิวจริง หรือภาพ Before-After ที่พิสูจน์ความเสถียรของคุณภาพได้ เพื่อการันตีว่าเงินที่จ่ายไปจะแลกมาด้วยความผ่อนคลาย ไม่ใช่ความทรมาน

ปัจจุบันเทรนด์ผู้บริโภคได้มอง "นวดไทย" แบบเดิมๆ ไปสู่ความสนใจใน "บริการเชิงฟื้นฟูและบำบัด" อย่างจริงจัง โดยกลุ่ม Holistic / Mind-Body ถูกพูดถึงสูงสุดถึง 49% ตามมาด้วย Lifestyle Trends 43% ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าลูกค้าไม่ได้มองหาแค่การผ่อนคลายชั่วคราว (Relaxation) อีกต่อไป แต่พวกเขากำลังมองหา Wellness ระยะยาว ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของสุขภาพ ทำให้บริการเฉพาะทางที่เน้นผลลัพธ์ลึกซึ้งอย่าง Detox, Lymphatic หรือ Sleep Therapy กำลังเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

ธุรกิจสปาไม่ได้วัดผลกันที่ "ฝีมือหมอนวด" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือ "ประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ" (Seamless Experience) เพราะจากสถิติพบว่าลูกค้ามากกว่า 80% ตัดสินความคุ้มค่าจาก "ภาพรวม" ทั้งหมด ตั้งแต่ก้าวเข้ามาจนจบการบริการ โดยมีการพูดถึงคำว่าได้รับคำแนะนำ 62.7% และความประทับใจ 19.6% เป็นหลัก ซึ่งลูกค้ามองว่าสปาคือ Emotional Journey หรือการเดินทางของความรู้สึก มากกว่าแค่การมาใช้บริการเดี่ยวๆ ซึ่งเสียงสะท้อนส่วนใหญ่จะชื่นชมเรื่อง "Process" การดูแลเอาใจใส่ และความราบรื่นของบริการ

จาก Data Research นี้สื่อให้เห็นถึงโอกาสใหม่ของตลาด Spa & Wellness ว่ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง "สุขภาพ" และ "ความงาม" จางหายไปจนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน ตลาด Spa & Wellness จึงไม่ใช่แค่ที่สำหรับแวะไปผ่อนคลายชั่วครั้งชั่วคราวอีกต่อไป แต่ผู้บริโภคมองหา "การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง" (Continuous Self-care) เพื่อสร้างสมดุลชีวิต โดยแบรนด์ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลง 3 ด้านหลัก คือ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ตลาด Spa & Wellness Thailand ในปี 2025 เติบโตอย่างชัดเจนจากปัจจัยด้านความเครียดสะสม (Stress) ภาวะหมดไฟจากการทำงาน (Burnout) และวิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ ผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองสปาเป็นเพียงพื้นที่ผ่อนคลายทางร่างกายอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูทั้งสุขภาพจิตใจและร่างกายควบคู่กัน (Mental & Physical recovery) ส่งผลให้ธุรกิจ Spa & Wellness ในประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทของพื้นที่เยียวยาและดูแลสุขภาพเชิงไลฟ์สไตล์อย่างยั่งยืน
จาก Insight เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจ Spa & Wellness Thailand จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทั้งด้านประสบการณ์ การสื่อสาร และระบบหลังบ้าน เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยในปี 2025
“สำหรับใครที่อยากดู Insight ตลาด Spa & Wellness Thailand แบบเต็ม
สามารถดาวน์โหลดฟรี เพียงลงทะเบียนด้านล่างได้เลย”
อยากพาธุรกิจของคุณโตไปกับเรานะ เรามีบริการครบวงจรบนโลกธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น บริการที่ปรึกษาธุรกิจการตลาดแบบครบวงจร (WizeMoves Consult) ผู้ช่วยจัดจำหน่ายออนไลน์ครบวงจร ดูแลครอบคลุมทุกขั้นตอนการขาย (WizeMoves e-Dis) บริการโฆษณาออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม (WizeMoves Ads) บริการดูแล LINE Official Account ครบวงจร (LINE Agency) และอื่นๆ อีกมากมายที่ Sellsuki มีพร้อมให้คุณ