mdi_eye : 3 ph_share-bold : 0 charm_sound-down
อ่าน

วิธีลงโฆษณาบน LINE ผ่าน LINE Ad Manager

12 (2).webp

 

วิธีลงโฆษณาบน LINE ผ่าน LINE Ad Manager 

 

ลงโฆษณา LINE ครั้งแรกแล้วไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน? บทความนี้อธิบายขั้นตอนการลงโฆษณาผ่าน LINE Ad Manager ตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถใช้งานได้จริง

 

LINE Ads เป็นเครื่องมือโฆษณาที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมากในประเทศไทย ผ่าน placement ต่าง ๆ ภายใน LINE เช่น Chat List, LINE TODAY, VOOM และ Home Tab ระบบทำงานในรูปแบบ Auction (Bidding) และใช้ Machine Learning เพื่อช่วย optimize การแสดงผลโฆษณาให้เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละแคมเปญ

 

โครงสร้างของ LINE Ads ที่ควรรู้

 

การตั้งค่าโฆษณาบน LINE Ads แบ่งออกเป็น 5 ระดับหลัก การเข้าใจโครงสร้างนี้จะช่วยให้สามารถวางแผนและ optimize แคมเปญได้อย่างเป็นระบบ

 

ระดับ

หน้าที่

Groupบริหารจัดการหลายบัญชีโฆษณาในภาพรวม เหมาะสำหรับองค์กรที่มีหลายแบรนด์หรือหลายทีม และต้องการรวมการชำระเงินของ Ad Account ไว้ในโปรไฟล์เดียว
Ad Accountบัญชีโฆษณาที่ใช้สำหรับสร้างและจัดการแคมเปญ
Campaignกำหนดวัตถุประสงค์ของการยิงโฆษณา
Ad Groupกำหนดกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และรูปแบบการประมูล (Bidding)
Adชิ้นงานโฆษณา (Creative)

 

ขั้นตอนการลงโฆษณาบน LINE Ads

 

Step 1: สร้างบัญชีโฆษณา (Ad Account)

 

เข้า LINE Ad Manager และเลือก "สร้างบัญชีโฆษณา" จากนั้นกรอกข้อมูลผู้ลงโฆษณาให้ครบถ้วน 4 ส่วน ได้แก่

  • ข้อมูลสำหรับการเรียกเก็บเงิน
  • ข้อมูลผู้ลงโฆษณา
  • ข้อมูลสินค้า
  • ข้อมูลทั่วไป

หมายเหตุ: หากมีการใช้งานหลายบัญชีโฆษณา และต้องการใช้ข้อมูลผู้ลงโฆษณาชุดเดียวกัน แนะนำให้สร้าง Group ก่อน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ

 

Step 2: สร้าง Campaign (กำหนดวัตถุประสงค์)

 

เลือก Objective ให้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ การเลือก Objective ที่ถูกต้องมีผลโดยตรงต่อ performance ของแคมเปญ

 

กลุ่ม

Objective

Brand Awareness สร้างการรับรู้แบรนด์Reach, Video Views, Website Visits
Increase Customer Base เพิ่มฐานลูกค้าGain Friends, App Installs
Increase Sales เพิ่มยอดขายWebsite Conversions, App Engagement, Dynamic Product Sales

 

Step 3: ตั้งค่า Ad Group

 

3.1 กลุ่มเป้าหมาย (Targeting)

 

LINE Ads รองรับการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายมากกว่า 222 รูปแบบ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก

 

Core Audience ใช้สำหรับการหาลูกค้าใหม่

  • Demographic: อายุ เพศ พื้นที่ (กำหนดได้ทั้งระดับจังหวัด เขต/อำเภอ หรือปักหมุดเพื่อกำหนดรัศมีพื้นที่)
  • Interest / Behavior: ความสนใจ / พฤติกรรม
  • Purchase Intent: ความตั้งใจในการซื้อ
  • Wealth Level (อัปเดตล่าสุด): ระดับความมั่งคั่งของผู้ใช้งาน เพื่อให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายแม่นยำมากขึ้น

 

Custom Audience ใช้ข้อมูลของธุรกิจเพื่อทำการตลาดต่อ

  • ข้อมูลลูกค้า เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล
  • ผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ (ผ่าน LINE Tag)
  • ผู้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา
  • Lookalike Audience: ใช้ข้อมูลจาก Custom Audience เพื่อขยายไปหากลุ่มใหม่ที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกัน

 

LINE BLOG_Feb 2026 (1) (1).webp

LINE BLOG_Feb 2026.webp

 

 

3.2 งบประมาณ (Budget)

 

กำหนดงบประมาณรายวัน (Daily Budget)

 

3.3 การประมูล (Bidding Strategy)

 

LINE Ads ใช้ระบบ Auction โดยมี 2 รูปแบบหลัก คือ Auto Bidding ที่ระบบปรับราคาให้เหมาะสมอัตโนมัติ และ Manual Bidding ที่กำหนดราคา bid ด้วยตนเอง เหมาะสำหรับการควบคุมต้นทุนหรือมีเป้าหมาย cost ชัดเจน

 

กลยุทธ์

รายละเอียด

Event Cost Capควบคุมต้นทุนไม่ให้เกินที่กำหนด พร้อมเน้นผลลัพธ์ (แนะนำ)
Target Event Costกำหนดต้นทุนต่อผลลัพธ์ (CPA) ที่ต้องการ
No Limit (Lowest Cost)เน้นใช้ budget เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากที่สุด

 

3.4 Placement

 

ไม่สามารถเลือก placement ได้ด้วยตนเอง ระบบจะจัด placement ให้อัตโนมัติ (Auto Placement) และใช้ Machine Learning เพื่อเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดตามวัตถุประสงค์ของแคมเปญ

 

Step 4: สร้างโฆษณา (Ad Creative)

 

Creative เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ CTR และ Conversion

 

รูปแบบโฆษณาที่รองรับ

  • Image (1080x1080, 1200x628)
  • Video (1:1, 9:16, 16:9)
  • Carousel (สูงสุด 10 ภาพ)
  • Animation (ใช้ในบาง placement)

องค์ประกอบที่ควรมีครบ

  1. Hook ดึงความสนใจ
  2. Value Proposition จุดขาย
  3. Call-to-Action (CTA)

 

Step 5: ตรวจสอบและเผยแพร่ (Publish)

 

ตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด → กด Publish → รอระบบอนุมัติ

 

การวัดผลและการ Optimize

 

การทำ LINE Ads ให้ได้ผลลัพธ์ ไม่ได้จบที่การกด Publish แต่ขึ้นอยู่กับการติดตามผลและปรับแคมเปญอย่างต่อเนื่อง

 

1. กำหนดเป้าหมายให้ชัดตั้งแต่ต้น กำหนดเป้าหมาย เช่น เพิ่มเพื่อน เพิ่มยอดขาย หรือสร้าง lead เพื่อเลือก metric ให้ถูกต้อง

 

2. ติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ ติดตาม Cost per Result, Conversion และ CTR เพื่อประเมิน performance

 

3. ให้เวลาโฆษณาเรียนรู้ (Learning Phase) ควรปล่อยให้แคมเปญเก็บข้อมูลจนได้ประมาณ 40 conversions ก่อนปรับ เพื่อให้ระบบ optimize ได้เต็มประสิทธิภาพ

 

4. ค่อย ๆ ปรับ (Optimize) อย่างมีระบบ ปรับทีละตัวแปร เช่น กลุ่มเป้าหมาย Creative หรือ bidding เพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์ได้ชัดเจน

 

สรุป

 

LINE Ads เป็นเครื่องมือโฆษณาที่ใช้ระบบการประมูล (Auction) ร่วมกับการประมวลผลของระบบ (Machine Learning) เพื่อช่วยให้โฆษณาแสดงผลได้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของแคมเปญ

 

การใช้งานให้ได้ผลลัพธ์ต้องอาศัย

  • การเลือก Objective ที่ถูกต้อง
  • การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายและ bidding อย่างเหมาะสม
  • การออกแบบ Creative ที่สอดคล้องกับ placement
  • และการวัดผลเพื่อนำไป optimize อย่างต่อเนื่อง

 

ธุรกิจที่สามารถจัดการทั้ง “การตั้งค่า” และ “การวัดผล” ได้ครบ จะสามารถใช้ LINE Ads เป็นเครื่องมือในการขยายผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

 

พร้อมเริ่มแล้วใช่ไหม? ทดลองสร้าง Campaign แรกได้เลย หรือถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่า LINE Ads ทักมาถามได้เลยครับ

หรือหากสนใจให้เซลสุกิช่วยดูแลการเปิดบัญชี LINE OA หรือต้องการซื้อแพ็กเกจ LINE OA ติดต่อทีมงานเราได้เลยที่ @linebysellsuki หรืออีเมล lineagency@sellsuki.com

 

แท็ก LINE

แชร์

บทความนี้มีประโยชน์กดชอบเป็นกำลังใจให้เราได้
Like this article