mdi_eye : 3 ph_share-bold : 0 charm_sound-down
อ่าน

Sellsuki แจกคัมภีร์เลือกแพลตฟอร์มที่ใช่ 7 Marketplace สัญชาติไทยที่ธุรกิจ SMEs ห้ามพลาด

[Blog-SSK]_7-Marketplace-สัญชาติไทย_607x400px.webp

ปัจจุบัน Marketplace ไทย กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SMEs มากขึ้น เพราะไม่ได้มีเพียง Shopee หรือ Lazada ให้เลือกอีกต่อไป แต่ยังมี มาร์เก็ตเพลสไทย หลายแห่งที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการขาย และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่น ค่าธรรมเนียม และกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน บทความนี้ Sellsuki จะพาทุกคนไปรู้จักถึง 7 Marketplace ไทยที่ธุรกิจ SMEs ห้ามพลาด

Marketplace คือ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็นตลาดกลาง เชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายไว้ในที่เดียว โดยเจ้าของแพลตฟอร์มจะเป็นผู้ดูแลระบบ การชำระเงิน โปรโมชั่น และในบางกรณีรวมถึงการจัดส่งสินค้าด้วย

7 Marketplace สัญชาติไทย

Marketplace ไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางแพลตฟอร์มเหมาะกับธุรกิจ SME บางแห่งเหมาะกับ OTOP หรือผู้เริ่มต้นขายออนไลน์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเปิดร้าน ควรศึกษาจุดเด่นของแต่ละ Marketplace เพื่อเลือกช่องทางที่เหมาะกับธุรกิจมากที่สุด 

มาร์เก็ตเพลสไทย-Thaimart .webp

Thaimart 

Thaimart ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดย พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือที่รู้จักกันในฐานะผู้ก่อตั้งลอตเตอรี่พลัส โดยชูสโลแกนการเป็นมาร์เก็ตเพลสไทยที่สร้างขึ้นโดยคนไทยเพื่อยกระดับผู้ประกอบการในประเทศ แพลตฟอร์มนี้มีการใช้นโยบายค่าธรรมเนียม 0% สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมในปีแรก นอกจากนี้ทาง Thaimart ยังมีระบบการตรวจสอบและยืนยันตัวที่เข้มงวดก่อนที่จะเปิดระบบขายได้ นอกจากนี้ทาง Thaimart ยังได้กำหนดเงื่อนไขของสินค้าคือ น้ำหนักสินค้าห้ามเกิน 50 กิโลกรัม และผลรวมของมิติความกว้าง ความยาว และความสูงห้ามเกิน 280 เซนติเมตร  โดยค่าส่งไม่มีราคาตายตัว โดยระบบจะคำนวณตามระยะทางและน้ำหนักจริง

มาร์เก็ตเพลสไทย-Pantip mall.webp

Pantip Mall

Pantip Mall เกิดจากความร่วมมือของสององค์กรหลักคือ Pantip.com และ ShopSCAPE โดยต่อยอดจากกระแสความนิยมและจำนวนผู้เยี่ยมชมของเว็บชุมชนออนไลน์ เพื่อเป็นทางเลือกมาร์เก็ตเพลสใหม่ของคนไทย แพลตฟอร์มนี้มีการเก็บค่าธรรมเนียม 3.21-8.56% และฟรีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ในส่วนของเงื่อนไขการขนส่งทาง Pantip Mall ไม่มีการกำหนดน้ำหนัก และขนาดของสินค้า โดยค่าส่งบน Pantip Mall จะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการขนส่งที่ผู้ขายเลือก

มาร์เก็ตเพลสไทย-Nexgen.webp

Nexgen

Nexgen ได้พัฒนาโดย บริษัท เน็กซ์ เจน ช้อป จำกัด พร้อมได้รับความร่วมมือจาก SME D Bank, สสว. และกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความน่าเชื่อถืออย่างมากในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัย สำหรับแพลตฟอร์มนี้มีการคิดค่าธรรมเนียม 1% โดยค่าส่งเริ่มต้นที่ 20 บาท 

มาร์เก็ตเพลสไทย-thai thai.webp

Thai Thai

Thai Thai ดำเนินธุรกิจออนไลน์ภายใต้โครงการความร่วมมืออย่างเป็นทางการในชื่อ "THAI THAI BY ECO Commerce" ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ซึ่งมีการคิดค่าธรรมเนียม 0% ในปีแรก และมีการคิดค่าส่งโดยอ้างอิงตามอัตรามาตรฐานของไปรษณีย์ไทยและพาร์ทเนอร์ขนส่ง ซึ่งลูกค้าจ่ายค่าจัดส่งตามจริง หรืออาจได้สิทธิ ค่าส่งพิเศษ/โปรโมชั่นฟรี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขส่วนลดของร้านค้านั้นๆ

มาร์เก็ตเพลสไทย-Shopchill .webp

Shopchill

Shopchill พัฒนาและดำเนินการโดย บริษัท ช้อป ชิลล์ จำกัด โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นตัวกลางในการคัดสินค้าคุณภาพสูงจากชุมชนและกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ สำหรับมาร์เก็ตเพลสของไทยนี้มีการคิดค่าธรรมเนียม 0% ในส่วนของค่าส่งจะขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาดพัสดุ และระยะทางตามจริงจากผู้ให้บริการขนส่งของร้านค้า โดยลูกค้าสามารถประหยัดค่าจัดส่งได้โดยการเก็บและใช้โค้ดส่งฟรีจากทางแพลตฟอร์มได้

มาร์เก็ตเพลสไทย-Amaze .webp

Amaze

Amaze พัฒนาขึ้นโดย บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด (Ascend Commerce) ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) โดยมาร์เก็ตเพลสนี้อยู่บนแนวคิดของการรวมบริการอีคอมเมิร์ซเข้ากับระบบสะสมคะแนน ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่าคู่แข่ง โดยค่าธรรมเนียมการขายจะไม่ถูกคิดในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นจะคิดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป ด้านค่าส่งจะคำนวณค่าจัดส่งสินค้า ตามน้ำหนักและขนาดของสินค้าที่อยู่ในระบบ

มาร์เก็ตเพลสไทย-YJmall.webp

YJmall

YJmall หรือ YJmall Shop เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทางเลือกที่เข้าสู่ตลาดด้วยโมเดลธุรกิจที่ทันสมัย ภายใต้การนำเสนอของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เจนนี่ และ ยิว โดยมีการใช้เทคโนโลยี AI ช่วยขาย นอกจากนี้ยังใช้โมเดลนายหน้าขายแบบไม่ต้องสต็อกสินค้าและไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้น ในส่วนของค่าธรรมเนียมของร้านค้าจะแตกต่างกันตามหมวดหมู่สินค้า ด้านส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันให้นายหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 30% นอกจากนี้ยังมีการจัดส่งด้วยบริการจาก YJ Express เพื่อแก้ปัญหาสินค้าสูญหายและควบคุมต้นทุนค่าจัด ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28 บาท

Marketplace ไทยแต่ละแห่ง เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

Marketplace ธุรกิจที่เหมาะเหตุผล
Thaimartธุรกิจ SME, ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการลดต้นทุน, เจ้าของแบรนด์ไทยค่าธรรมเนียมต่ำหรือฟรีในช่วงโปรโมชัน ช่วยลดต้นทุนการเริ่มต้น เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการทดลองตลาดบน Marketplace ใหม่
Pantip Mallร้านค้าที่มีฐานลูกค้าออนไลน์, ธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านคอนเทนต์และคอมมูนิตี้ได้รับการต่อยอดจาก Pantip.com ซึ่งมีผู้ใช้งานจำนวนมาก เหมาะกับสินค้าที่ผู้ซื้อมักศึกษาข้อมูลและอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจ
Nexgenผู้ประกอบการ SME, วิสาหกิจชุมชน, ธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดผ่านแพลตฟอร์มที่มีโครงสร้างรองรับธุรกิจ
Thai Thaiธุรกิจที่จัดส่งสินค้าทั่วประเทศ, ร้านค้าออนไลน์ที่ใช้บริการไปรษณีย์ไทย, ผู้ประกอบการ OTOPเชื่อมโยงกับเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่มีการจัดส่งสินค้าเป็นประจำและต้องการบริหารต้นทุนด้านโลจิสติกส์
Shopchillผู้ผลิตสินค้าในชุมชน, OTOP, SME สินค้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่นเน้นคัดเลือกสินค้าคุณภาพจากชุมชน จึงเหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเสนอสินค้าไทยหรือสินค้าท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ
Amazeเจ้าของแบรนด์ (Brand Owner), ร้านค้าปลีก, ธุรกิจที่ต้องการทำ Loyalty Programอยู่ภายใต้ Ascend Commerce และเชื่อมต่อระบบสะสมคะแนน ทำให้เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างลูกค้าประจำและกระตุ้นการซื้อซ้ำ
YJmallผู้เริ่มต้นขายออนไลน์, Affiliate, Creator, อินฟลูเอนเซอร์, ผู้ที่ไม่ต้องการสต็อกสินค้ารองรับโมเดล Affiliate และ Dropship พร้อมมี AI ช่วยขาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์โดยใช้เงินลงทุนไม่สูง

 

 

 

มาร์เก็ตเพลสไทย-เสียงจากผู้บริโภค.webp

เสียงบางส่วนจากผู้ที่ใช้งาน

นอกจากข้อมูลด้านค่าธรรมเนียมและฟีเจอร์แล้ว ประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริงก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ช่วยประกอบการตัดสินใจ โดยจากภาพด้านบนนี้เป็นความคิดเห็นบางส่วนจากผู้ขายและผู้ซื้อที่มีต่อ Marketplace ไทยแต่ละแห่ง ซึ่งประสบการณ์การใช้งานอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

วิธีเลือก Marketplace ไทยให้เหมาะกับธุรกิจ

การเลือก Marketplace ไม่ควรดูเพียงจำนวนผู้ใช้งานหรือค่าธรรมเนียมเท่านั้น แต่ควรเลือกให้สอดคล้องกับประเภทสินค้า กลุ่มลูกค้า และเป้าหมายของธุรกิจ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. เลือกจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ว่าธุรกิจของเราต้องการขายให้กับใคร หากเป็นสินค้าชุมชนหรือสินค้า OTOP อาจเหมาะกับแพลตฟอร์มที่สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น Shopchill หรือ Thai Thai ขณะที่ธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์และขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ อาจเลือกแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือทางการตลาดและฐานผู้ใช้งานที่หลากหลายมากกว่า

2. เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและต้นทุนในการขาย

ค่าธรรมเนียมของแต่ละ Marketplace มีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่า GP ค่าธรรมเนียมธุรกรรม หรือค่าบริการอื่นๆ ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ รวมถึงตรวจสอบว่ามีโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือสิทธิพิเศษสำหรับร้านค้าใหม่หรือไม่ เพื่อช่วยลดต้นทุนในช่วงเริ่มต้น

3. ตรวจสอบระบบการจัดส่งและเงื่อนไขของสินค้า

หากธุรกิจมีการจัดส่งสินค้าเป็นประจำ ควรเลือก Marketplace ที่รองรับผู้ให้บริการขนส่งที่ตอบโจทย์ และตรวจสอบเงื่อนไขเกี่ยวกับน้ำหนัก ขนาดสินค้า รวมถึงค่าจัดส่ง เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและประสบการณ์ของลูกค้า

4. พิจารณาเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มยอดขาย

Marketplace หลายแห่งมีเครื่องมือสนับสนุนการขาย เช่น ระบบสะสมคะแนน โปรแกรม Affiliate ระบบ AI ช่วยแนะนำสินค้า หรือเครื่องมือสำหรับจัดโปรโมชัน ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่และกระตุ้นยอดขายได้ หากธุรกิจต้องการเติบโตในระยะยาว ควรเลือกแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือสอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดของตน

CTA-5-BU-1 (1) (1).webp

5. เลือกให้เหมาะกับงบประมาณและแผนการเติบโต

สำหรับผู้เริ่มต้นขายออนไลน์การเลือก Marketplace ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำหรือไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้น อาจช่วยลดความเสี่ยงและทดลองตลาดได้ง่ายขึ้น ขณะที่ธุรกิจที่มีเป้าหมายขยายฐานลูกค้าและสร้างแบรนด์ในระยะยาว ควรพิจารณาแพลตฟอร์มที่มีระบบรองรับการเติบโต ทั้งด้านการตลาด การบริหารร้านค้า และการจัดการคำสั่งซื้อ หากต้องการที่ปรึกษาสำหรับการวางแผนธุรกิจสามารถติดต่อ WizeMoves Consult ผู้ช่วยเพิ่มยอดขายให้เป้าหมายเป็นจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Marketplace ไทย

Q : Marketplace ไทย คืออะไร?
A : Marketplace ไทย คือ แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่พัฒนาและดำเนินงานโดยบริษัทหรือผู้ประกอบการสัญชาติไทย ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมมีระบบจัดการคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และบริการด้านการจัดส่งตามเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม

Q : Marketplace ไทยมีอะไรบ้าง?
A : ปัจจุบันมี Marketplace สัญชาติไทยหลายแห่ง เช่น Thaimart, Pantip Mall, Nexgen, Thai Thai, Shopchill, Amaze และ YJmall โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่น กลุ่มลูกค้า และโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการควรเลือกให้เหมาะกับประเภทสินค้าและเป้าหมายของธุรกิจ

Q : Marketplace ไทยต่างจาก Marketplace ต่างประเทศอย่างไร?
A : Marketplace ไทยมักเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศ มีค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้ และบางแพลตฟอร์มได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรไทย ส่วน Marketplace ต่างประเทศมักมีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ แต่การแข่งขันและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดอาจสูงกว่า

Q : ควรเลือกขายบน Marketplace ไทยเพียงแพลตฟอร์มเดียวหรือไม่?
A : ไม่จำเป็น ผู้ประกอบการสามารถเลือกขายหลาย Marketplace พร้อมกันได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า กระจายความเสี่ยง และไม่พึ่งพารายได้จากแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเพียงอย่างเดียว

Q : นอกจาก Marketplace แล้ว ธุรกิจควรมีช่องทางขายออนไลน์อะไรอีกบ้าง?
A : ถึงแม้ Marketplace จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย แต่ธุรกิจควรมีช่องทางขายของตนเองควบคู่กันด้วย เช่น เว็บไซต์, LINE Official AccountFacebookInstagram หรือ TikTok Shop เพื่อสร้างฐานลูกค้าของแบรนด์ ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง และเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว

สรุป 

Marketplace ไทยกำลังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่น กลุ่มเป้าหมาย และโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่มี Marketplace ไหนที่เหมาะกับทุกธุรกิจ ดังนั้นก่อนเลือกใช้งานควรพิจารณาค่าธรรมเนียม ระบบขนส่ง เครื่องมือการตลาด และกลุ่มลูกค้าให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง หากต้องการขยายยอดขายอย่างยั่งยืน การขายผ่าน Marketplace ควบคู่กับเว็บไซต์ของธุรกิจ LINE Official Account และ Social Commerce จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น 

หากไม่อยากลองผิดลองถูกด้านการทำธุรกิจเอง สามารถติดต่อ Sellsuki ได้เลย เพราะเรามีบริการครบวงจรบนโลกธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น บริการที่ปรึกษาธุรกิจการตลาดแบบครบวงจร หรือ WizeMoves Consult ผู้ช่วยจัดจำหน่ายออนไลน์ครบวงจร ดูแลครอบคลุมทุกขั้นตอนการขาย หรือ WizeMoves e-Dis บริการโฆษณาออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม (WizeMoves Ads) รวมถึงบริการดูแล LINE Official Account ครบวงจร ที่มีลูกค้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ กว่า 9,000 บัญชี พร้อมด้วย Akita Fulfillment บริการคลังสินค้าครบวงจร และบริการด้านอื่นๆ อีกมากมายที่ Sellsuki มีพร้อมให้คุณ 

และเพื่อไม่ให้พลาดความรู้และสาระสำคัญแบบนี้ก่อนใคร อย่าลืมกดติดตามน้องสุกิบนช่องทาง FacebookYoutubeInstagram และ TikTok

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมจาก Sellsuki ได้ที่ : บทความที่น่าสนใจ

แท็ก MarketingBrandinge-Commerce

แชร์

บทความนี้มีประโยชน์กดชอบเป็นกำลังใจให้เราได้
Like this article