โฆษณาใน LINE คิดราคาและมีรูปแบบอย่างไร

โฆษณาใน LINE คิดราคาและมีรูปแบบอย่างไร
ใครที่เคยยิงแอด Facebook หรือ Google มาก่อน คงคุ้นเคยกับ CPM กับ CPC เป็นอย่างดี แต่พอมาเจอ LINE Ads หลายคนอาจงงเล็กน้อย เพราะนอกจากสองแบบที่คุ้นเคยแล้ว LINE ยังมีวิธีคิดราคาที่ไม่เหมือนใคร และมีพื้นที่แสดงผลที่หลากหลายกว่าที่คิด บทความนี้จะพาไปดูให้ครบว่า LINE Ads คิดเงินยังไง แสดงผลตรงไหนบ้าง แล้วธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับเป้าหมาย
รูปแบบการคิดราคา มีให้เลือกถึง 6 แบบ
จุดที่ทำให้ LINE Ads ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นชัดเจนที่สุดคือ ความหลากหลายของโมเดลการจ่ายเงิน ซึ่งแบ่งได้ 6 แบบ
- CPM (Cost Per Mille) จ่ายตามจำนวนการมองเห็นทุกๆ 1,000 ครั้ง ไม่สนว่าจะมีคนคลิกหรือไม่ เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง จุดเด่นของ LINE คือ CPM เฉลี่ยค่อนข้างถูก อยู่ที่ราว ๆ 15 บาทต่อ 1,000 ครั้ง ซึ่งถูกกว่าแพลตฟอร์มอื่นที่มักอยู่หลักร้อยขึ้นไป
- CPC (Cost Per Click) จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเท่านั้น เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการดันจำนวนคนที่เข้าชมเว็บไซต์ ดูวิดีโอ หรือหน้าซื้อสินค้า
- CPF (Cost Per Friend) จ่ายเมื่อมีคนกดเพิ่มเพื่อนใน LINE OA สำเร็จ ถือเป็นโมเดลที่เป็นเอกลักษณ์ของ LINE Ads โดยเฉพาะ ไม่มีแพลตฟอร์มไหนมีแบบนี้ตรง ๆ เพราะออกแบบมาเพื่อดึงคนเข้าสู่ฐานเพื่อน LINE OA โดยเฉพาะ
- CPV (Cost Per View) จ่ายตามยอดการดูวิดีโอ เหมาะกับแคมเปญที่เน้นคอนเทนต์วิดีโอเป็นหลัก
- CPA (Cost Per Action) จ่ายเมื่อเกิดคอนเวอร์ชันตามที่ตั้งไว้ เช่น การสมัครสมาชิก การสั่งซื้อในเว็บไซต์
- CPI (Cost Per Install) จ่ายเมื่อมีคนติดตั้งแอปพลิเคชันสำเร็จ เหมาะกับธุรกิจที่มีแอปของตัวเอง
ข้อดีอีกอย่างคือ LINE Ads ไม่มีงบขั้นต่ำตายตัว ธุรกิจเล็กก็เริ่มยิงได้โดยไม่ต้องมีทุนหนา
พื้นที่แสดงผลโฆษณา อยู่ตรงไหนบ้างใน LINE
โฆษณาบน LINE ไม่ได้โผล่แค่ในฟีดเดียว แต่กระจายอยู่ตามจุดที่คนไทยใช้งานบ่อยที่สุด
- Smart Channel: จุดบนสุดของหน้ารายชื่อแชท (Chat List) ที่แทบทุกคนเปิดแอปมาเจอเป็นอย่างแรก พื้นที่นี้แสดงได้หลายอย่างสลับกัน ทั้งข่าวด่วน สติกเกอร์ขายดี สภาพอากาศ และโฆษณา ซึ่งโฆษณาที่ขึ้นตรงนี้มี 2 แบบ คือแบบ Bidding (LINE Ads) ที่ขึ้นเป็นภาพขนาดเล็ก (thumbnail) ให้ประมูลราคาแข่งกัน กับแบบ Reservation (Smart Channel Ads) ที่เป็นแบนเนอร์ขนาดใหญ่ จองพื้นที่ล่วงหน้าแบบเหมาช่วงเวลา
- LINE TODAY: พื้นที่ข่าวสารที่คนไทยเข้าไปเสพคอนเทนต์ทุกวัน โฆษณาที่นี่แทรกอยู่ระหว่างข่าว เข้าถึงกลุ่มคนได้เยอะและหลากหลาย
- LINE VOOM: ฟีดวิดีโอสั้นสไตล์เดียวกับ TikTok/Reels เหมาะกับคอนเทนต์ที่เน้นความบันเทิงหรือดึงความสนใจเร็ว
- LINE Wallet: พื้นที่ในหน้ากระเป๋าเงิน และบริการอื่นๆ ที่อยู่ในหมวดนี้ เช่น MyShop
OpenChat: ห้องแชทสาธารณะตามความสนใจ เหมาะกับการเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจเฉพาะทางจริงๆ - LINE Album: พื้นที่ในฟีเจอร์อัลบั้มรูปภาพ
- LINE Note: พื้นที่ในฟีเจอร์โน้ต ที่ใช้บันทึกหรือแชร์เนื้อหาในกลุ่มแชท

เลือกโมเดลไหน ให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจ
จุดที่ทำให้ LINE Ads น่าสนใจในมุมกลยุทธ์คือ มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ "ปิดการขาย" จบในคลิกเดียวเหมือนแพลตฟอร์มอื่น แต่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ LINE OA เป็นระบบต่อเนื่อง ลองแบ่งตามช่วงของ Customer Journey ดูจะเห็นภาพชัดขึ้น
- ช่วงสร้างการรับรู้ (Awareness) ใช้โมเดล CPM เพื่อเน้นการมองเห็นในวงกว้าง ให้แบรนด์ถูกเห็นเยอะที่สุดโดยไม่สนคลิก
- ช่วงสร้างความสนใจ (Consideration) ใช้โมเดล CPC เจาะกลุ่มที่มีแนวโน้มสนใจ ดันทราฟฟิกเข้าเว็บหรือคอนเทนต์ที่อยากให้อ่านต่อ
- ช่วงเปลี่ยนเป็นยอดขาย (Conversion) ใช้โมเดล CPA เจาะกลุ่ม Custom Audience จากเว็บไซต์หรือลูกค้าเดิม ยิงตรงไปหน้าเว็บหรือหน้าซื้อสินค้า
- ช่วงรักษาฐานลูกค้า (Retention) นี่คือจุดที่ LINE ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นชัดที่สุด เพราะสามารถใช้ CPF ดึงคนให้มาเป็นเพื่อนใน OA ก่อน แล้วใช้การบรอดแคสต์หรือแชทบอทตามมาปิดการขายภายหลัง โดยไม่ต้องเสียค่าแอดซ้ำทุกครั้งที่อยากคุยกับลูกค้าเดิม
- หรือจะใช้ CPF ตั้งแต่แรกเลยก็ได้ แทนที่จะไล่ทีละขั้นตาม Funnel บางธุรกิจเลือกใช้ CPF ดึงคนเข้ามาเป็นเพื่อนใน LINE OA ตั้งแต่จุดแรกที่เจอโฆษณาเลย แล้วปล่อยให้ทุกขั้นตอนของ Journey ตั้งแต่การสร้างความสนใจไปจนถึงปิดการขาย เกิดขึ้นภายใน OA ทั้งหมด ผ่านสเต็ปเมสเสจหรือแชทบอทที่วางไว้ล่วงหน้า
พูดง่าย ๆ คือกลยุทธ์ที่ได้ผลที่สุดบน LINE มักไม่ใช่การหวังให้แอดปิดยอดในคลิกเดียว แต่คือการใช้ CPF ดึงคนเข้าสู่ OA ให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วให้ระบบหลังบ้านของ OA อย่างแชทบอทและบรอดแคสต์ทำหน้าที่ "วอร์มอัพ" และปิดการขายต่อ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แพลตฟอร์มอื่นเลียนแบบได้ยาก เพราะไม่มีที่ไหนที่โฆษณาต่อยอดเข้าสู่ระบบแชทของแบรนด์ได้แนบเนียนเท่า LINE
สรุป
ราคาจริงของ LINE Ads ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอุตสาหกรรม กลุ่มเป้าหมาย และช่วงเวลาที่ยิง แต่สิ่งที่ธุรกิจควรโฟกัสมากกว่าตัวเลขราคาคือ "เลือกโมเดลให้ตรงกับเป้าหมาย" และที่สำคัญที่สุดคือมองให้ออกว่า LINE Ads ไม่ใช่แค่เครื่องมือปิดยอดขาย แต่คือประตูที่พาลูกค้าเข้าสู่ LINE OA ซึ่งเป็นบ้านหลักที่ธุรกิจจะดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระยะยาว
หากสนใจให้เซลสุกิช่วยดูแลการเปิดบัญชี LINE OA หรือต้องการซื้อแพ็กเกจ LINE OA ติดต่อทีมงานเราได้เลยที่ @linebysellsuki หรืออีเมล lineagency@sellsuki.com