mdi_eye : 1 ph_share-bold : 0 charm_sound-down
อ่าน

โฆษณาใน LINE คิดราคาและมีรูปแบบอย่างไร

Blog--โฆษณาในLINE-1200.webp

โฆษณาใน LINE คิดราคาและมีรูปแบบอย่างไร

ใครที่เคยยิงแอด Facebook หรือ Google มาก่อน คงคุ้นเคยกับ CPM กับ CPC เป็นอย่างดี แต่พอมาเจอ LINE Ads หลายคนอาจงงเล็กน้อย เพราะนอกจากสองแบบที่คุ้นเคยแล้ว LINE ยังมีวิธีคิดราคาที่ไม่เหมือนใคร และมีพื้นที่แสดงผลที่หลากหลายกว่าที่คิด บทความนี้จะพาไปดูให้ครบว่า LINE Ads คิดเงินยังไง แสดงผลตรงไหนบ้าง แล้วธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับเป้าหมาย

รูปแบบการคิดราคา มีให้เลือกถึง 6 แบบ

จุดที่ทำให้ LINE Ads ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นชัดเจนที่สุดคือ ความหลากหลายของโมเดลการจ่ายเงิน ซึ่งแบ่งได้ 6 แบบ

  • CPM (Cost Per Mille) จ่ายตามจำนวนการมองเห็นทุกๆ 1,000 ครั้ง ไม่สนว่าจะมีคนคลิกหรือไม่ เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง จุดเด่นของ LINE คือ CPM เฉลี่ยค่อนข้างถูก อยู่ที่ราว ๆ 15 บาทต่อ 1,000 ครั้ง ซึ่งถูกกว่าแพลตฟอร์มอื่นที่มักอยู่หลักร้อยขึ้นไป
  • CPC (Cost Per Click) จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเท่านั้น เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการดันจำนวนคนที่เข้าชมเว็บไซต์ ดูวิดีโอ หรือหน้าซื้อสินค้า
  • CPF (Cost Per Friend) จ่ายเมื่อมีคนกดเพิ่มเพื่อนใน LINE OA สำเร็จ ถือเป็นโมเดลที่เป็นเอกลักษณ์ของ LINE Ads โดยเฉพาะ ไม่มีแพลตฟอร์มไหนมีแบบนี้ตรง ๆ เพราะออกแบบมาเพื่อดึงคนเข้าสู่ฐานเพื่อน LINE OA โดยเฉพาะ
  • CPV (Cost Per View) จ่ายตามยอดการดูวิดีโอ เหมาะกับแคมเปญที่เน้นคอนเทนต์วิดีโอเป็นหลัก
  • CPA (Cost Per Action) จ่ายเมื่อเกิดคอนเวอร์ชันตามที่ตั้งไว้ เช่น การสมัครสมาชิก การสั่งซื้อในเว็บไซต์
  • CPI (Cost Per Install) จ่ายเมื่อมีคนติดตั้งแอปพลิเคชันสำเร็จ เหมาะกับธุรกิจที่มีแอปของตัวเอง

ข้อดีอีกอย่างคือ LINE Ads ไม่มีงบขั้นต่ำตายตัว ธุรกิจเล็กก็เริ่มยิงได้โดยไม่ต้องมีทุนหนา

พื้นที่แสดงผลโฆษณา อยู่ตรงไหนบ้างใน LINE

โฆษณาบน LINE ไม่ได้โผล่แค่ในฟีดเดียว แต่กระจายอยู่ตามจุดที่คนไทยใช้งานบ่อยที่สุด

  • Smart Channel: จุดบนสุดของหน้ารายชื่อแชท (Chat List) ที่แทบทุกคนเปิดแอปมาเจอเป็นอย่างแรก พื้นที่นี้แสดงได้หลายอย่างสลับกัน ทั้งข่าวด่วน สติกเกอร์ขายดี สภาพอากาศ และโฆษณา ซึ่งโฆษณาที่ขึ้นตรงนี้มี 2 แบบ คือแบบ Bidding (LINE Ads) ที่ขึ้นเป็นภาพขนาดเล็ก (thumbnail) ให้ประมูลราคาแข่งกัน กับแบบ Reservation (Smart Channel Ads) ที่เป็นแบนเนอร์ขนาดใหญ่ จองพื้นที่ล่วงหน้าแบบเหมาช่วงเวลา
  • LINE TODAY: พื้นที่ข่าวสารที่คนไทยเข้าไปเสพคอนเทนต์ทุกวัน โฆษณาที่นี่แทรกอยู่ระหว่างข่าว เข้าถึงกลุ่มคนได้เยอะและหลากหลาย
  • LINE VOOM: ฟีดวิดีโอสั้นสไตล์เดียวกับ TikTok/Reels เหมาะกับคอนเทนต์ที่เน้นความบันเทิงหรือดึงความสนใจเร็ว
  • LINE Wallet: พื้นที่ในหน้ากระเป๋าเงิน และบริการอื่นๆ ที่อยู่ในหมวดนี้ เช่น MyShop
    OpenChat: ห้องแชทสาธารณะตามความสนใจ เหมาะกับการเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจเฉพาะทางจริงๆ
  • LINE Album: พื้นที่ในฟีเจอร์อัลบั้มรูปภาพ
  • LINE Note: พื้นที่ในฟีเจอร์โน้ต ที่ใช้บันทึกหรือแชร์เนื้อหาในกลุ่มแชท

Blog--โฆษณาในLINE-1200-2.webp

เลือกโมเดลไหน ให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจ

จุดที่ทำให้ LINE Ads น่าสนใจในมุมกลยุทธ์คือ มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ "ปิดการขาย" จบในคลิกเดียวเหมือนแพลตฟอร์มอื่น แต่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ LINE OA เป็นระบบต่อเนื่อง ลองแบ่งตามช่วงของ Customer Journey ดูจะเห็นภาพชัดขึ้น

  • ช่วงสร้างการรับรู้ (Awareness) ใช้โมเดล CPM เพื่อเน้นการมองเห็นในวงกว้าง ให้แบรนด์ถูกเห็นเยอะที่สุดโดยไม่สนคลิก
  • ช่วงสร้างความสนใจ (Consideration) ใช้โมเดล CPC เจาะกลุ่มที่มีแนวโน้มสนใจ ดันทราฟฟิกเข้าเว็บหรือคอนเทนต์ที่อยากให้อ่านต่อ
  • ช่วงเปลี่ยนเป็นยอดขาย (Conversion) ใช้โมเดล CPA เจาะกลุ่ม Custom Audience จากเว็บไซต์หรือลูกค้าเดิม ยิงตรงไปหน้าเว็บหรือหน้าซื้อสินค้า
  • ช่วงรักษาฐานลูกค้า (Retention) นี่คือจุดที่ LINE ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นชัดที่สุด เพราะสามารถใช้ CPF ดึงคนให้มาเป็นเพื่อนใน OA ก่อน แล้วใช้การบรอดแคสต์หรือแชทบอทตามมาปิดการขายภายหลัง โดยไม่ต้องเสียค่าแอดซ้ำทุกครั้งที่อยากคุยกับลูกค้าเดิม
  • หรือจะใช้ CPF ตั้งแต่แรกเลยก็ได้ แทนที่จะไล่ทีละขั้นตาม Funnel บางธุรกิจเลือกใช้ CPF ดึงคนเข้ามาเป็นเพื่อนใน LINE OA ตั้งแต่จุดแรกที่เจอโฆษณาเลย แล้วปล่อยให้ทุกขั้นตอนของ Journey ตั้งแต่การสร้างความสนใจไปจนถึงปิดการขาย เกิดขึ้นภายใน OA ทั้งหมด ผ่านสเต็ปเมสเสจหรือแชทบอทที่วางไว้ล่วงหน้า

พูดง่าย ๆ คือกลยุทธ์ที่ได้ผลที่สุดบน LINE มักไม่ใช่การหวังให้แอดปิดยอดในคลิกเดียว แต่คือการใช้ CPF ดึงคนเข้าสู่ OA ให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วให้ระบบหลังบ้านของ OA อย่างแชทบอทและบรอดแคสต์ทำหน้าที่ "วอร์มอัพ" และปิดการขายต่อ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แพลตฟอร์มอื่นเลียนแบบได้ยาก เพราะไม่มีที่ไหนที่โฆษณาต่อยอดเข้าสู่ระบบแชทของแบรนด์ได้แนบเนียนเท่า LINE

สรุป

ราคาจริงของ LINE Ads ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอุตสาหกรรม กลุ่มเป้าหมาย และช่วงเวลาที่ยิง แต่สิ่งที่ธุรกิจควรโฟกัสมากกว่าตัวเลขราคาคือ "เลือกโมเดลให้ตรงกับเป้าหมาย" และที่สำคัญที่สุดคือมองให้ออกว่า LINE Ads ไม่ใช่แค่เครื่องมือปิดยอดขาย แต่คือประตูที่พาลูกค้าเข้าสู่ LINE OA ซึ่งเป็นบ้านหลักที่ธุรกิจจะดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระยะยาว

หากสนใจให้เซลสุกิช่วยดูแลการเปิดบัญชี LINE OA หรือต้องการซื้อแพ็กเกจ LINE OA ติดต่อทีมงานเราได้เลยที่ @linebysellsuki หรืออีเมล lineagency@sellsuki.com

แท็ก LINE

แชร์

บทความนี้มีประโยชน์กดชอบเป็นกำลังใจให้เราได้
Like this article