Header-sellsuki.webp
S E L L S U K I

5 บทเรียนธุรกิจราคาแพง! จากแบรนด์ดังที่คุณรู้จัก

mdi_eye : 42 ph_share-bold : 0 charm_sound-down
อ่าน
5 บทเรียนธุรกิจราคาแพง! จากแบรนด์ดังที่คุณรู้จัก
Blog-5-บทเรียนธุรกิจราคาแพง-จากแบรนด์ดังที่คุณรู้จัก.jpg

เจ้าของธุรกิจ SME ที่ใฝ่ฝันอยากประสบความสำเร็จ วันนี้น้องสุกิมีเรื่องราวที่เต็มไปด้วยบทเรียนธุรกิจที่แลกมาด้วยราคาแพง จากประสบการณ์ของแบรนด์ดังที่เราคุ้นเคยมาฝากครับ

เชื่อหรือไม่ว่า แม้แต่แบรนด์ระดับโลกก็เคยเผชิญกับความล้มเหลวและวิกฤตมากมาย บทเรียนธุรกิจเหล่านี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางความรู้ที่เราสามารถนำมาต่อยอดและพัฒนากลยุทธ์การตลาดของเราให้เจริญก้าวหน้า

พร้อมแล้วหรือยังครับ ที่จะร่วมท่องไปในโลกของธุรกิจ เรียนรู้จากประสบการณ์ของเหล่าแบรนด์ดัง เตรียมพร้อมรับ 5 บทเรียนธุรกิจที่จะเปลี่ยนมุมมองและยกระดับธุรกิจของคุณ

NOKIA.jpg

1. Nokia

Nokia เคยเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกด้วยความทนทาน ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และฟีเจอร์ที่ล้ำสมัย แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟน โนเกียกลับพลาดท่าเสียโอกาสครั้งใหญ่ พ่ายแพ้ต่อคู่แข่งอย่าง Apple และ Samsung

โนเกียเริ่มก่อตั้งในปี 1865 ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานจนกลายเป็นผู้ผลิตรถจักรยาน ยางรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในที่สุด ในปี 1982 หันมาจับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โทรศัพท์มือถือ และขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ดีไซน์เรียบง่าย ใช้งานง่าย ฟีเจอร์ที่โดดเด่น ทำให้โนเกียครองตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลก

กรณีศึกษาของ Nokia เริ่มขึ้นเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปสู่ยุคสมาร์ทโฟน โนเกียกลับชะล่าใจ มุ่งเน้นไปที่โทรศัพท์แบบเดิมๆ ที่เน้นความทนทาน ใช้งานง่าย ไม่ได้พัฒนาฟีเจอร์ที่ทันสมัยเหมือนคู่แข่งอย่าง Apple และ Samsung ผลลัพธ์คือ โนเกียสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันไปใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ครบครัน ใช้งานง่าย และทันสมัย

Kodak.jpg

2. Kodak

Kodak เคยเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมฟิล์ม ครองตลาดมายาวนานกว่า 130 ปี แบรนด์ Kodak เป็นที่รู้จักและจดจำไปทั่วโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ฟิล์มคุณภาพสูง กล้องถ่ายรูปที่ใช้งานง่าย และบริการล้างรูปที่สะดวกรวดเร็ว แต่เมื่อเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลพัฒนาขึ้น Kodak กลับมองข้ามเทรนด์ใหม่ มัวแต่ยึดติดกับธุรกิจฟิล์มแบบเดิมๆ ส่งผลให้ Kodak ล้มละลายในที่สุด

Kodak ก่อตั้งขึ้นในปี 1888 โดย George Eastman พัฒนาฟิล์มโรลแบบกระดาษขึ้นมาเป็นครั้งแรก การประดิษฐ์ฟิล์มโรลของ Eastman เปลี่ยนแปลงโลกของการถ่ายภาพ ทำให้กล้องถ่ายรูปกลายเป็นสินค้าที่ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น Kodak กลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ฟิล์มและกล้องถ่ายรูปของ Kodak ครองตลาดมายาวนานกว่า 100 ปี

เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาขึ้น กล้องดิจิทัลเริ่มเกิดความนิยม ผู้คนสามารถถ่ายรูป เก็บภาพ และแชร์รูปภาพผ่านอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น แต่ Kodak กลับมองข้ามเทรนด์ใหม่ มัวแต่ยึดติดกับธุรกิจฟิล์มแบบเดิมๆ คิดว่าฟิล์มจะยังคงได้รับความนิยม กรณีศึกษานี้มีผลลัพธ์คือ Kodak สูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันไปใช้กล้องดิจิทัลที่ใช้งานง่าย เก็บภาพได้สะดวกรวดเร็ว และแชร์รูปภาพผ่านโซเชียลมีเดีย

coca-cola.jpg

3. Coca-Cola

Coca-Cola แบรนด์น้ำอัดลมที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นและความอร่อย แต่ในปี 1985 บทเรียนราคาแพงก็เกิดขึ้น เมื่อ Coca-Cola ตัดสินใจวางจำหน่าย New Coke สูตรใหม่ หวังจะดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ แต่กลับกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ผู้บริโภคไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงรสชาติ และเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง

กรณีศึกษาของแบรนด์เกิดขึ้นในยุค 80 Pepsi แบรนด์คู่แข่งของ Coca-Cola เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น Coca-Cola กังวลว่าจะสูญเสียฐานลูกค้ากลุ่มนี้ จึงตัดสินใจพัฒนา New Coke สูตรใหม่ ให้มีรสชาติหวานกว่าและเปรี้ยวน้อยลง คล้ายกับ Pepsi มากกว่า Coca-Cola Classic สูตรดั้งเดิม

New Coke เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1985 โฆษณาชิ้นใหม่ประกาศถึง "รสชาติแห่งอนาคต" ผู้บริโภคต่างจับตาดูด้วยความสนใจ แต่เมื่อได้ลองชิม New Coke หลายคนกลับรู้สึกผิดหวัง รสชาติที่หวานมากเกินไปและต่างจาก Coca-Cola Classic มากเกินไป

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ New Coke ดังก้องไปทั่ว ผู้บริโภคเขียนจดหมายร้องเรียนโทรศัพท์ประท้วง แม้กระทั่งกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ก็ไม่ยอมรับ New Coke ผู้คนต่างโหยหา Coca-Cola Classic สูตรดั้งเดิม
Coca-Cola ตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง เพียง 3 เดือนหลังจากเปิดตัว New Coke บริษัทก็ตัดสินใจนำ Coca-Cola Classic กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง ปรากฏการณ์นี้สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค ผู้คนต่างดีใจที่ Coca-Cola Classic กลับมา

yahoo.jpg

4. Yahoo!

Yahoo! เคยเป็นเว็บพอร์ทัลที่โด่งดังในยุคแรกๆ ของอินเทอร์เน็ต ผู้คนทั่วโลกใช้ Yahoo! ค้นหาข้อมูล อ่านข่าว ส่งอีเมล และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในปี 1998 Yahoo! พลาดโอกาสทองในการเข้าซื้อ Google ในราคาเพียง $1 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบัน Google กลายเป็นบริษัทมหาชนมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

ในปี 1998 Google ยังเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน แต่ Larry Page และ Sergey Brin ผู้ก่อตั้ง Google มองเห็นศักยภาพของอินเทอร์เน็ตและต้องการพัฒนาเทคโนโลยีการค้นหาที่เหนือกว่า Google เสนอขาย Google ให้กับ Yahoo! ในราคาเพียง $1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ผู้บริหาร Yahoo! ในขณะนั้น มองข้ามศักยภาพของ Google คิดว่าเทคโนโลยีการค้นหาของ Yahoo! ดีกว่า Google อยู่แล้ว จึงปฏิเสธข้อเสนอของ Google

Google พัฒนาเทคโนโลยีการค้นหาอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเครื่องมือค้นหายอดนิยมไปทั่วโลก ในขณะที่ Yahoo! กลับหยุดนิ่ง ไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ส่งผลให้ Yahoo! สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ Google

myspace.jpg

5. Myspace

ในช่วงปลายยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 Myspace เคยเป็นโซเชียลมีเดียที่โด่งดังที่สุดในโลก ผู้คนต่างใช้ Myspace สร้างโปรไฟล์ แชร์เพลง แชร์รูปภาพ เขียนบล็อก และเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูง Myspace กลายเป็นพื้นที่ออนไลน์ที่ผู้คนใช้เวลากับมันเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม Myspace เริ่มเผชิญปัญหาหลายอย่าง ประการแรก Myspace เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ และสแปม ประการที่สอง Myspace ใช้งานยาก อินเทอร์เฟซดูล้าสมัย ประการที่สาม Myspace มัวแต่เน้นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน ไม่ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ

ในขณะเดียวกัน Facebook โซเชียลมีเดียหน้าใหม่ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Facebook ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจ และปราศจากปัญหาเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ผู้คนเริ่มหันมาใช้ Facebook แทน Myspace

Myspace พยายามปรับตัว แก้ไขปัญหาเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ แต่ก็สายเกินไป ผู้ใช้ส่วนใหญ่ย้ายไปใช้ Facebook อยู่แล้ว ทำให้ในปี 2013 Myspace ประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ เหลือเพียงตำนานของโซเชียลมีเดียยุคแรก ที่เคยโด่งดังและมีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคน

กรณีศึกษาทั้ง 5 แบรนด์นี้ ล้วนเป็นตัวอย่างที่สอนให้รู้ว่า แม้จะเป็นแบรนด์ดัง ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปตลอด ผู้ประกอบการควรเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านี้ นำมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง หมั่นพัฒนา ปรับตัว เข้าใจลูกค้า และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อนำพาธุรกิจให้ก้าวหน้า มุ่งสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

และสำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังต้องการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ให้ Sellsuki เป็นผู้ช่วยของคุณสิครับ เรามีทั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญ นวัตกรรม และบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา วางแผนการตลาด ยิงแอดโฆษณา ออกแบบเว็บไซต์ และสร้างคอนเทนต์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างตรงจุด หากเจ้าของธุรกิจสนใจบริการของเราสามารถติดต่อ LINE OA Sellsuki เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ เราพร้อมที่จะพาธุรกิจของคุณเติบโตไปกับเรานะ

อย่าลืมกดติดตามน้องสุกิ เพื่อไม่ให้พลาดอัปเดตเทคนิคและบทความแบบนี้เป็นประจำ ผ่านช่องทาง Facebook, Youtube, Instagram และ TikTok

แท็ก

แชร์

บทความนี้มีประโยชน์กดชอบเป็นกำลังใจให้เราได้
Like this article