Header-sellsuki.webp
S E L L S U K I

MarTech เครื่องมือแห่งอนาคตที่ธุรกิจออนไลน์ต้องมี


16 Feb 2024

Share with :
0

ในปัจจุบันเทรนด์การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสาเหตุเกิดจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และการที่พฤติกรรมของตัวผู้บริโภคเองที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีเหล่านั้น เช่น การเลือกซื้อของออนไลน์ ส่งผลให้เกิดความท้าทายใหม่ ๆ ขึ้นกับการทำการตลาดในยุค Digital Transformation จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า Martech (Marketing Technology) หรือ เทคโนโลยีสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ โดยปัจจุบันมีหลากหลายเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ และเป็นผู้ช่วยดันให้ธุรกิจเติบโต

วันนี้น้องสุกิ จะมาสรุปเนื้อหาโดยรวมจากงาน Martech Report 2024 ที่จัดขึ้นโดย Content Shifu และ Hummingbirds Consultant เกี่ยวกับเครื่องมือที่นักการตลาดนิยมใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ถ้าพร้อมกันแล้ว ไปดูกันเลยครับ

เริ่มต้นโดยที่แบ่ง Martech ออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพว่า นักการตลาดต้องการเครื่องมือช่วยเหลือในด้านใดบ้าง ดังนี้

  1. ด้านการโฆษณาและการโปรโมต
  2. ด้านการจัดการข้อมูล
  3. ด้านคอนเทนต์และประสบการณ์ของลูกค้า
  4. ด้านโซเชียลและความสัมพันธ์
  5. ด้านการจัดการในการทำงานร่วมกัน
  6. ด้านพาณิชย์และการขาย

ในปี 2023 ที่ผ่านมา เครื่องมือทั้ง 6 มีการใช้งานที่มากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 ด้านดังนี้

  1. ด้านการโฆษณาและการโปรโมต ขึ้นเป็น 96%
  2. ด้านการจัดการข้อมูล ขึ้นเป็น 93%
  3. ด้านการพาณิชย์และการขาย ขึ้นเป็น 90%

นอกเหนือจากความต้องการในการใช้งานเครื่องมือของนักการตลาดที่เพิ่มขึ้นในทุกหมวดหมู่แล้ว ในปี 2022 พบว่า ในหนึ่งบริษัท มีการใช้เครื่องมืออยู่ที่ 11.37 ชิ้น และในปี 2023 เติบโตมาเป็น 16.70 ชิ้น

เมื่อเจาะลึกถึงแนวโน้มและความสำคัญในกลุ่มตัวอย่างงานวิจัย ที่มาจากธุรกิจทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง จนไปถึงขนาดใหญ่แล้ว ในปี 2024 ธุรกิจให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง คือ

  1. ด้านการจัดการข้อมูล
  2. ด้านโซเชียลและความสัมพันธ์
  3. ด้านพาณิชย์และการขาย

เพราะนักการตลาดและผู้บริหารมองว่า เครื่องมือทั้ง 3 หมวดหมู่นี้ มีส่วนช่วยในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในหมวดด้านการจัดการข้อมูล เพราะในปัจจุบันข้อมูลเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจ หรือที่เรียกกันว่า Data Driven Marketing ที่สามารถรวบรวมได้จากหลากหลายช่องทางทั้ง Data Analytic tools อย่าง Google Tag Manager, Google Analytic หรือ Social Listening ที่ให้ข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำขึ้น

เครื่องมือในแต่ละหมวดหมู่ที่นักการตลาดในประเทศไทยนิยมใช้ที่สุดในปี 2023

หมวดหมู่ที่ 1 ด้านการโฆษณาและการโปรโมต

  • อันดับ 1 Google Ads 84%
  • อันดับ 2 Meta Ads Manager (Facebook Ads) 76%
  • อันดับ 3 Line Ads 64%

หมวดหมู่ที่ 2 ด้านการจัดการข้อมูล

  • อันดับ 1 Google Analytics 85%
  • อันดับ 2 Google Search Console 46%
  • อันดับ 3 Microsoft Power BI 29%

หมวดหมู่ที่ 3 ด้านคอนเทนต์และประสบการณ์ของลูกค้า

  • อันดับ 1 ChatGPT 68%
  • อันดับ 2 Google Forms 66%
  • อันดับ 3 Canva 58%

หมวดหมู่ที่ 4 ด้านโซเชียลและความสัมพันธ์

  • อันดับ 1 Zoom 79%
  • อันดับ 2 Hootsuite 79%
  • อันดับ 3 Eventpop 18%
  • อันดับ 4 Tellscore 18%

หมวดหมู่ที่ 5 ด้านการจัดการในการทำงานร่วมกัน

  • อันดับ 1 Line 77%
  • อันดับ 2 Google Workspace 53%
  • อันดับ 3 Microsoft 365 44%

หมวดหมู่ที่ 6 ด้านพาณิชย์และการขาย

  • อันดับ 1 Line My Shop 79%
  • อันดับ 2 Lazada Affiliate 79%
  • อันดับ 3 2C2P 64%

นักธุรกิจ และนักการตลาดทั่วประเทศต้องการใช้เครื่องมือ Martech เพิ่มมากขึ้นในทุกหมวดหมู่ และทุกประเภทเครื่องมือ อาทิเช่น E-Commerce & Shopping Cart Platform ที่คาดการณ์ว่าจะมีการใช้สูงขึ้น 24% หรือเครื่องมือประเภท CDP ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นอีก 4% แม้จะเป็นเครื่องที่ยังใหม่กับนักการตลาดในประเทศไทย

พฤติกรรมการใช้เครื่องมือสำหรับนักการตลาดในประเทศไทย

  • การใช้งานง่ายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักการตลาดในประเทศไทย สังเกตได้จาก เครื่องมือประเภท Content อย่าง Canva ที่มีการใช้งานสูงสุดถึง 38% มากกว่า Adobe Creative Cloud ที่เครื่องมือมีเยอะกว่าถึง 18%
  • ความคุ้นเคยสำคัญมากกว่าฟังก์ชัน ยกตัวอย่างเช่น ในกลุ่มเครื่องมือประเภทแบบสอบถาม Google Forms มีการใช้งานสูงสุดถึง 40% มากกว่า Microsoft Forms และ Survey Monkey หรือเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อการทำงาน ในประเทศไทยก็ยังนิยมใช้ LINE ในการทำงานสูงที่สุดถึง 59% มากกว่า Slack หรือ Discord
  • นักการตลาดในประเทศไทยไม่ได้มองว่า เครื่องมือจำเป็นต้องมาจากบริษัทต่างประเทศเสมอไป สังเกตได้จากบางกลุ่มเครื่องมือที่มีการใช้งานเยอะอันดับต้นๆ เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากประเทศไทย อาทิเช่น เครื่องมือด้าน CRM ที่มีการใช้งานเยอะที่สุด 10 อันดับแรกเป็นบริษัทจากประเทศไทย 7 บริษัท หรือด้านการขายมีเครื่องมือของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2

ปัจจัยด้านพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อเครื่องมือของนักการตลาดในประเทศไทย

อันดับ 1 ความสอดคล้องกับความต้องการ 36%

นักการตลาดจะต้องดูความเหมาะสม และความสอดคล้องของเครื่องมือที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค หรือกลยุทธ์ของบริษัทหรือไม่

อันดับ 2 ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ 20%

โดยดูจากฟีเจอร์หรือฟังก์ชันการใช้งานว่าน่าสนใจหรือไม่ หรือแตกต่างจากเครื่องมืออื่นอย่างไร

อันดับ 3 ความน่าเชื่อถือ 16%

หลังจากมีการใช้งานแล้วได้ผลลัพธ์ที่ต้องการจริงหรือไม่ หรือเป็นเครื่องมือที่บริษัทอื่นหรือบริษัทคู่แข่งใช้หรือไม่

ปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องมือของธุรกิจแต่ละขนาด

ธุรกิจขนาดเล็ก

  • อันดับ 1 คือความสอดคล้องกับความต้องการ 34 %
  • อันดับ 2 คือความง่าย 18%
  • อันดับ 3 คือความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ 17%

ธุรกิจขนาดกลาง

  • อันดับ 1 คือความสอดคล้องกับความต้องการ 34 %
  • อันดับ 2 คือความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ 22%
  • อันดับ 3 คือความน่าเชื่อถือ 20%

ธุรกิจขนาดใหญ่

  • อันดับ 1 คือความสอดคล้องกับความต้องการ 40 %
  • อันดับ 2 คือความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ 25%
  • อันดับ 3 คือความน่าเชื่อถือ 16%

จะเห็นได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่ได้มีงบประมาณสูงนัก จะให้ความสำคัญกับเรื่อง ความสอดคล้องกับความต้องการที่ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจมากที่สุด และอีกปัจจัยที่สำคัญคือความง่าย เพราะธุรกิจขนาดเล็กต้องการเครื่องมือที่ใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน เนื่องจากบางครั้งเจ้าของธุรกิจต้องเป็นคนลงมือทำการตลาดด้วยตนเอง จึงต้องการเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน

ส่วนธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่นั้น จะให้ความสำคัญกับเป้าหมายเช่นกัน แต่มองว่าความน่าสนใจในผลิตภัณฑ์ และความน่าเชื่อถือของบริษัทสำคัญมากกว่าการใช้งานเครื่องมือที่ง่าย เพราะธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่มีทรัพยากรด้านงบประมาณ และ ทรัพยากรด้านบุคคลที่สูงกว่าธุรกิจขนาดเล็ก จึงมองว่า ผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งสำคัญรองลงมาจากเป้าหมายทางธุรกิจ

จากแบบสำรวจพบว่า 72% ของธุรกิจทั้งสามขนาดพึงพอใจต่อเครื่องมือที่ใช้ เพราะสามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจได้

โดย 88% มีเป้าหมายในการนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในทำการตลาดออนไลน์ เช่น การทำโฆษณา

และอีก 62% มีเป้าหมายในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร เพื่อให้ขั้นตอนในการทำงานลื่นไหลมากขึ้น ช่วยให้การทำงานของพนักงานขั้นเป็นตอน และง่ายต่อการจัดระเบียบข้อมูล

และสุดท้ายทางทีมงาน Content Shifu และ Hummingbirds ได้ให้กลยุทธ์สำหรับให้องค์กรพัฒนาในการนำ เทคโนโลยีการตลาดมาใช้ ด้วยการใช้กลยุทธ์ 5Ps of Martech

P : Planning & Strategy นักการตลาดหรือผู้บริหารจะต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนธุรกิจ ให้เหมาะสมกับการนำเครื่องมือ Martech มาใช้ตามวัตถุประสงค์ ตามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เครื่องมือเหล่านั้นตอบโจทย์กับธุรกิจมากที่สุด

P : People บุคคลากรจะต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ในการนำ Martech มาใช้ และพร้อมที่จะ Upskill และ Reskill อยู่ตลอดเวลาอเพื่อให้ทันต่อโลกในยุคปัจจุบัน

P : Process กระบวนการต้องเป็นระบบ เมื่อนำเครื่องมือเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จะต้องมีการวางระบบเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือได้สูงสุด

P : Platform จะต้องรู้ก่อนว่าวัตถุประสงค์คืออะไร เพื่อหา Platform ที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด

P : Pioneer จะต้องแต่งตั้งทีมหรือบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญขึ้นมา เพื่อช่วยกำหนดทิศทางของบริษัท เพราะกลุ่มคนที่มีลักษณะเป็นนักสำรวจมักจะมองเห็นเทรนด์ที่ตอบสนองกับพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา และสามารถนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเพื่อให้ตอบโจทย์ตรงนั้นได้

และนี่เป็นสรุปภาพรวมของงาน Martech Report 2024 ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม เพื่อนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์ทางธุรกิจในปีนี้

หากเจ้าของธุรกิจคนไหนที่ต้องการผู้ช่วยในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจออนไลน์ สามารถติดต่อ Sellsuki มาได้เลย เรามีเครื่องมือ นวัตกรรม และทีมงานมืออาชีพที่มากประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่พร้อมให้คำแนะนำ ปรึกษา และดูแลเคียงข้างธุรกิจของคุณให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

เพื่อไม่ให้พลาดอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ แบบนี้ก่อนใคร อย่าลืมกดติดตาม Facebook, Youtube และ TikTok ของน้องสุกิไว้ด้วยนะครับ